ทำงานหน้าจอคอมเป็นเวลานาน ทำให้หน้าเปลี่ยนแปลงไหม ?

ทำงานหน้าจอคอมเป็นเวลานาน ส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร? ทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผิวรอบดวงตา ความหมองคล้ำ ริ้วรอย และความล้าของใบหน้า พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวและปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอให้เหมาะสม

การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 6–8 ชั่วโมง กลายเป็นกิจวัตรของคนวัยทำงานจำนวนมาก แต่รู้หรือไม่ว่าการนั่งทำงานหน้าจอติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อทั้งผิวพรรณ กล้ามเนื้อใบหน้า และบริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะเมื่อมีพฤติกรรมเพ่งหน้าจอ ขมวดคิ้ว หรือก้มหน้าอยู่ในท่าเดิมเป็นประจำ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าการทำงานหน้าจอคอมส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร พร้อมวิธีดูแลผิวและปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

ทำไมการทำงานหน้าจอคอมเป็นเวลานานจึงส่งผลต่อใบหน้า ?

การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนแปลงโดยตรง แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานอาจส่งผลต่อรูปลักษณ์และสุขภาพผิวได้ เช่น การเพ่งสายตาจนขมวดคิ้ว การกะพริบตาน้อยลง การนั่งก้มหน้าเป็นเวลานาน รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอจากการใช้หน้าจอจนดึก

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น ห้องปรับอากาศที่มีความชื้นต่ำ อาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและเกิดความแห้งกร้านได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และมีความแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยทางพันธุกรรม

5 การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานหน้าจอคอมเป็นเวลานาน

แม้หน้าจอคอมพิวเตอร์จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของปัญหาผิวหรือความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าทั้งหมด แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานสามารถกระตุ้นหรือทำให้ปัญหาบางอย่างเห็นได้ชัดขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่ควรสังเกต ดังนี้

1. ริ้วรอยบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วเห็นชัดขึ้น

เวลาจ้องหน้าจอที่มีตัวอักษรขนาดเล็กหรือแสงสว่างไม่เหมาะสม หลายคนมักเผลอขมวดคิ้วหรือหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วหดตัวซ้ำ ๆ

ในช่วงแรก ริ้วรอยอาจปรากฏเฉพาะเวลาขมวดคิ้วหรือแสดงสีหน้า แต่เมื่ออายุมากขึ้นและผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออาจค่อย ๆ เห็นชัดแม้ขณะไม่ได้แสดงสีหน้า

อย่างไรก็ตาม การทำงานหน้าจอไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวของริ้วรอย เพราะยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ เช่น อายุ แสงแดด และพันธุกรรมร่วมด้วย

2. ดวงตาดูอ่อนล้าและริ้วรอยรอบดวงตาเด่นชัด

การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานทำให้ความถี่ในการกะพริบตาลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง แสบตา มองภาพไม่ชัดชั่วคราว และรู้สึกล้าบริเวณรอบดวงตา

เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ บางคนอาจหรี่ตาหรือเกร็งกล้ามเนื้อรอบดวงตาบ่อยขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยบริเวณหางตาเห็นเด่นชัด โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวตามวัย

นอกจากนี้ หากใช้คอมพิวเตอร์จนดึกและนอนหลับไม่เพียงพอ อาจทำให้บริเวณใต้ตาดูคล้ำหรือบวมชั่วคราวได้ แต่ควรเข้าใจว่าขอบตาคล้ำและถุงใต้ตายังเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น พันธุกรรม ภูมิแพ้ และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบดวงตา ไม่ได้เกิดจากการจ้องหน้าจอเพียงอย่างเดียว

3. ผิวหน้าแห้งกร้านและดูหมองคล้ำ

คนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มักใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในห้องปรับอากาศ ซึ่งอาจมีความชื้นต่ำ ส่งผลให้น้ำระเหยออกจากผิวได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้งหรือเกราะป้องกันผิวอ่อนแออยู่แล้ว

เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้น อาจเกิดอาการแห้งตึง ลอกเป็นขุย และมีพื้นผิวไม่เรียบเนียน ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำหรือไม่สดใส แม้ว่าสีผิวตามธรรมชาติจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงก็ตาม

ส่วนแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้มีงานวิจัยบางส่วนเกี่ยวกับผลกระทบต่อเม็ดสีผิวจากแสงที่มองเห็นได้ แต่หลักฐานในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ตามปกติทำให้ผิวคล้ำเสียหรือเกิดริ้วรอยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความเข้มของแสงจากหน้าจอต่ำกว่าแสงแดดมาก

4. ใบหน้าและลำคออาจดูไม่กระชับจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม

การนั่งทำงานโดยก้มศีรษะหรือยื่นคอไปด้านหน้าเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่เกิดความตึงเครียด รวมถึงส่งผลต่อท่าทางโดยรวม

เมื่อศีรษะอยู่ในท่าก้ม ผิวหนังบริเวณใต้คางและลำคอจะเกิดการพับตัว ทำให้เห็นรอยพับหรือความหย่อนคล้อยเดิมชัดขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันใต้คางหรือผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการก้มมองหน้าจอเพียงอย่างเดียวทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนรูปหรือเกิดเหนียงถาวร เพราะความหย่อนคล้อยของผิวและการสะสมไขมันใต้คางเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งอายุ พันธุกรรม และน้ำหนักตัว

5. กล้ามเนื้อกรามตึงและใบหน้าอาจดูเหลี่ยมขึ้นในบางคน

ความเครียดจากการทำงานหรือการจดจ่อกับหน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้บางคนเผลอกัดฟันหรือเกร็งขากรรไกรโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับอาการปวดกล้ามเนื้อกราม ปวดศีรษะ และความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรในบางราย

หากมีการกัดฟันหรือเกร็งกล้ามเนื้อบดเคี้ยวอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อบริเวณกรามอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูเหลี่ยมหรือกว้างขึ้นได้ในบางคน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ทำงานหน้าจอจะมีปัญหานี้ และหากมีอาการปวดกราม อ้าปากลำบาก หรือกัดฟันขณะนอนหลับ ควรเข้ารับการประเมินจากทันตแพทย์หรือแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม

วิธีดูแลใบหน้าสำหรับคนทำงานหน้าจอคอมเป็นประจำ

การป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานหน้าจอ ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพผิวอย่างต่อเนื่อง

โดยมีแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนี้

  • พักสายตาด้วยหลัก 20-20-20: ทุก 20 นาที ให้มองวัตถุที่อยู่ห่างประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อช่วยลดอาการล้าจากการเพ่งมองระยะใกล้
  • ปรับระดับหน้าจอให้เหมาะสม: จัดตำแหน่งหน้าจอให้มองได้สบาย โดยทั่วไปขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพื่อลดการก้มคอและยื่นศีรษะ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและความสว่าง: ให้เหมาะกับสายตาและสภาพแสงในห้อง เพื่อลดพฤติกรรมหรี่ตาหรือขมวดคิ้ว
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว: ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ: เลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสี UVA และ UVB ที่มี SPF 30 ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่นั่งใกล้หน้าต่างหรือออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าและขากรรไกร: สังเกตพฤติกรรมขมวดคิ้ว กัดฟัน หรือเกร็งกรามระหว่างทำงาน และปรับให้กล้ามเนื้ออยู่ในท่าผ่อนคลาย
  • นอนหลับให้เพียงพอ: ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อสนับสนุนสุขภาพโดยรวมและการฟื้นฟูของผิว

หากมีปัญหาริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยที่เห็นชัด แม้ปรับพฤติกรรมและดูแลผิวแล้ว การปรึกษาแพทย์สามารถช่วยแยกสาเหตุและประเมินว่าจำเป็นต้องใช้การรักษาเพิ่มเติมหรือไม่

ริ้วรอยและความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์

ไม่ใช่ทุกปัญหาบนใบหน้าที่จำเป็นต้องรักษาด้วยหัตถการ เพราะบางอาการสามารถดีขึ้นได้เมื่อปรับพฤติกรรมและดูแลผิวอย่างเหมาะสม แต่หากเริ่มมีริ้วรอยหรือความเปลี่ยนแปลงที่รบกวนความมั่นใจ การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและเลือกวิธีดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น

ตัวอย่างปัญหาที่อาจพิจารณาปรึกษาแพทย์ด้านความงาม ได้แก่

ปัญหาที่พบแนวทางดูแลที่อาจพิจารณา
ริ้วรอยระหว่างคิ้วและหน้าผากจากการแสดงสีหน้าหัตถการโปรแกรม Botox เพื่อลดการหดตัวของ
กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย
ริ้วรอยรอบดวงตาการดูแลผิวหรือหัตถการลดริ้วรอยตามชนิด
และความลึกของริ้วรอย
ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้นปรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และพิจารณาการรักษา
เพิ่มเติมเฉพาะราย
ผิวหย่อนคล้อยตามวัยประเมินความเหมาะสมของเทคโนโลยียกกระชับ
ตามระดับความหย่อนคล้อย
กล้ามเนื้อกรามมีขนาดใหญ่ตรวจหาสาเหตุของกล้ามเนื้อกรามโต
และพิจารณาการรักษาตามข้อบ่งชี้

ทั้งนี้ การเลือกหัตถการต้องพิจารณาจากสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ประวัติสุขภาพ และความคาดหวังของแต่ละบุคคล ไม่ควรตัดสินใจทำหัตถการเพียงเพราะใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากการทำงานหน้าจอโดยตรง

ดูแลใบหน้าให้ดูสดใส แม้ต้องทำงานหน้าจอคอมทุกวัน

การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานไม่ได้ทำให้ใบหน้าแก่ก่อนวัยหรือเปลี่ยนรูปโดยตรง แต่พฤติกรรมระหว่างทำงาน เช่น การขมวดคิ้ว หรี่ตา เกร็งกราม และก้มหน้าเป็นประจำ อาจทำให้ริ้วรอยหรือปัญหาบางอย่างเห็นเด่นชัดขึ้นได้ การปรับท่านั่ง พักสายตา ดูแลความชุ่มชื้นของผิว และพักผ่อนให้เพียงพอ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลใบหน้าในระยะยาว

สำหรับผู้ที่เริ่มกังวลกับริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือความหย่อนคล้อยของใบหน้า สามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ที่ Dr. NI CLINIC เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การดูแลผิว หรือการใช้หัตถการทางการแพทย์ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หมอนิ
หมอนิ

แพทย์หญิงนิธิภา หรูจิตตวิวัฒน์ เจ้าของ Dr. Ni CLINIC หรือคลินิกหมอนิ เป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสาน รวมไปถึงพี่น้องจากทาง สปป. ลาว ที่แนะนำกันปากต่อปากให้มารู้จักกับเรา เราใช้เครื่องมือทางการแพทย์เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด เทคนิคที่ดีที่สุด ในราคา ที่สมเหตุสมผล มีประสบการทำงานด้านความงาม ผิวพรรณ เลเซอร์และการปรับรูปหน้ามากกว่า 10 ปี ให้คำแนะนำการดูแลรักษาโดยละเอียด เพื่อให้ลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการทุกคนกลับออกไปด้วยความมั่นใจ

Articles: 83