วิธีดูรูปหน้า! ใบหน้าของคุณทรงอะไร ? ควรเสริม เติมจุดไหนให้ดูสวยขึ้น

ชวนเช็กว่ารูปหน้าของคุณเป็นทรงอะไร พร้อมวิธีสังเกตลักษณะใบหน้าแต่ละแบบ และแนะนำจุดที่ควรเสริมเติมให้ใบหน้าดูสมดุลและโดดเด่นยิ่งขึ้น

หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่า แม้จะแต่งหน้า ทำผม หรือปรับลุคตามคนอื่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เหมือนกัน สาเหตุหนึ่งมาจาก รูปหน้าและสัดส่วนใบหน้าของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ทั้งความกว้างของหน้าผาก โหนกแก้ม แนวกราม ความยาวของใบหน้า และลักษณะของคาง

การรู้วิธีดูรูปหน้าจึงช่วยให้เข้าใจใบหน้าของตัวเองมากขึ้นว่าเป็นทรงไหน มีจุดเด่นอยู่บริเวณใด และหากต้องการปรับรูปหน้า ควรเสริม เติม หรือลดส่วนใด เพื่อให้สัดส่วนโดยรวมดูสมดุล โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใบหน้าให้เหมือนรูปหน้าในอุดมคติแบบใดแบบหนึ่ง

วิธีดูรูปหน้า ดูจากอะไรบ้าง ?

วิธีดูรูปหน้าเบื้องต้น ให้สังเกตความกว้างของหน้าผาก โหนกแก้ม กราม ความยาวใบหน้า และรูปทรงของคางร่วมกัน เพราะองค์ประกอบเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าภาพรวมของใบหน้ามีลักษณะกลม เหลี่ยม ยาว หรือเรียวมากน้อยเพียงใด

วิธีง่าย ๆ คือรวบผมให้พ้นกรอบหน้า มองหน้าตรงในกระจก หรือถ่ายภาพหน้าตรงโดยไม่ก้มหรือเงยหน้า จากนั้นสังเกต 4 จุดหลัก

  • หน้าผาก กว้างหรือแคบเมื่อเทียบกับช่วงแก้มและกราม
  • โหนกแก้ม เป็นบริเวณที่กว้างที่สุดของใบหน้าหรือไม่
  • กราม มีลักษณะกว้าง เป็นเหลี่ยม โค้งมน หรือสอบเข้าหาคาง
  • ความยาวใบหน้าและคาง ใบหน้าดูสั้น ยาว คางมน หรือค่อนข้างเรียว

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของคนเราไม่ได้จำเป็นต้องตรงกับรูปทรงใดรูปทรงหนึ่งทั้งหมด บางคนอาจมีลักษณะผสมกัน เช่น หน้ารูปไข่แต่มีกรามค่อนข้างชัด หรือหน้ากลมแต่มีคางเรียว การแบ่งประเภทจึงเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นสำหรับทำความเข้าใจสัดส่วนของใบหน้า

6 รูปหน้าที่พบบ่อย ใบหน้าของคุณเป็นทรงไหน ?

สำหรับวิธีดูรูปหน้าที่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทรงหน้าที่คุ้นเคย หรือพบบ่อยในคนเอเชีย โดยเฉพาะ 6 รูปหน้าต่อไปนี้

1. หน้ารูปไข่ (Oval Face)

หน้ารูปไข่มีความยาวมากกว่าความกว้างเล็กน้อย ช่วงโหนกแก้มค่อนข้างกว้าง และกรอบหน้าค่อย ๆ เรียวลงมาบริเวณคาง ภาพรวมจึงมีความโค้งมนและค่อนข้างสมดุล

คนที่มีหน้ารูปไข่มักไม่จำเป็นต้องปรับรูปหน้ามาก หากต้องการเพิ่มมิติ อาจพิจารณาบริเวณที่มีวอลลุ่มน้อย เช่น ขมับ แก้ม หรือคางเป็นรายบุคคล โดยเน้นรักษาสัดส่วนเดิมของใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ

2. หน้ากลม (Round Face)

หน้ากลมมีความกว้างและความยาวใกล้เคียงกัน ช่วงแก้มค่อนข้างเต็ม และแนวกรอบหน้ามีความโค้งมน ทำให้ใบหน้าอาจดูสั้นหรือมีความกว้างเด่นกว่ามิติในแนวตั้ง

หากต้องการให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ควรพิจารณาก่อนว่าความกลมเกิดจากส่วนใด เช่น ไขมันบริเวณแก้ม กล้ามเนื้อกราม โครงกระดูก หรือคางที่ค่อนข้างสั้น เพราะแต่ละสาเหตุมีแนวทางปรับรูปหน้าที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ทุกคนที่มีหน้ากลมจะต้องลดแก้มหรือฉีดลดกราม

3. หน้าเหลี่ยม (Square Face)

หน้าเหลี่ยมมักมีความกว้างของหน้าผาก โหนกแก้ม และกรามใกล้เคียงกัน โดยแนวกรามค่อนข้างชัด ทำให้กรอบหน้าดูมีมุมและเห็นโครงสร้างของใบหน้าได้เด่น

หากต้องการให้กรอบหน้าดูนุ่มนวลหรือเรียวขึ้น ควรประเมินว่าความกว้างบริเวณกรามมาจากกล้ามเนื้อหรือโครงกระดูก หากเกิดจากกล้ามเนื้อ Masseter ที่มีขนาดใหญ่ การใช้โบทูลินัมท็อกซินเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้ออาจเป็นหนึ่งในทางเลือก แต่หากเกิดจากโครงกระดูก การฉีดลดกรามจะไม่สามารถเปลี่ยนขนาดของกระดูกได้

4. หน้ารูปหัวใจ (Heart-Shaped Face)

หน้ารูปหัวใจมักมีช่วงหน้าผากหรือโหนกแก้มค่อนข้างกว้าง ก่อนจะค่อย ๆ สอบลงมาบริเวณกรามและคาง ทำให้ใบหน้าส่วนบนดูเด่นกว่าส่วนล่าง

การปรับรูปหน้าประเภทนี้ควรเน้นความสมดุลระหว่างใบหน้าส่วนบนและส่วนล่าง เช่น ประเมินวอลลุ่มบริเวณขมับ แก้ม และสัดส่วนของคาง ไม่จำเป็นต้องทำให้คางแหลมหรือยาวขึ้นเสมอไป หากสัดส่วนเดิมมีความเหมาะสมอยู่แล้ว

5. หน้ายาว (Oblong / Long Face)

หน้ายาวมีสัดส่วนความยาวมากกว่าความกว้างอย่างเห็นได้ชัด โดยหน้าผาก แก้ม และกรามอาจมีความกว้างใกล้เคียงกัน ทำให้ภาพรวมของใบหน้ามีมิติในแนวตั้งเด่น

การปรับรูปหน้าประเภทนี้จึงควรระมัดระวังการเพิ่มความยาวบริเวณคาง เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้นกว่าเดิม ในผู้ที่มีขมับหรือแก้มตอบ การเพิ่มวอลลุ่มในตำแหน่งที่เหมาะสมอาจช่วยสร้างสมดุลระหว่างความกว้างและความยาวของใบหน้าได้

6. หน้าทรงเพชร (Diamond Face)

หน้าทรงเพชรมีช่วงโหนกแก้มเป็นส่วนที่กว้างที่สุด ขณะที่หน้าผากและกรามค่อนข้างแคบ จึงมักเห็นโหนกแก้มชัด และบางคนอาจมีขมับตอบร่วมด้วย

หากต้องการให้เส้นกรอบหน้าดูนุ่มนวลขึ้น อาจประเมินวอลลุ่มบริเวณขมับ แก้ม และช่วงล่างของใบหน้าร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องลดความเด่นของโหนกแก้มเสมอไป เพราะโหนกแก้มเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยสร้างมิติให้กับใบหน้า

อยากปรับรูปหน้า ควรเสริม เติม หรือลดตรงไหน ?

การปรับรูปหน้าไม่ควรพิจารณาเพียงว่าใบหน้าเป็นทรงอะไร แต่ควรวิเคราะห์ว่า ส่วนใดมีปริมาตรมากเกินไป ส่วนใดขาดวอลลุ่ม และสัดส่วนใดส่งผลต่อความสมดุลของใบหน้า เพราะคนที่มีรูปหน้าประเภทเดียวกันอาจต้องการแนวทางที่แตกต่างกัน

  • หน้าผากและขมับ ดูความเว้า ความตอบ และความต่อเนื่องของกรอบหน้า
  • แก้มและโหนกแก้ม ประเมินปริมาตรและมิติของใบหน้าส่วนกลาง
  • กราม แยกสาเหตุว่าเกิดจากกล้ามเนื้อ ไขมัน หรือโครงกระดูก
  • คาง ดูความยาว ความกว้าง และความสัมพันธ์กับริมฝีปากและกรอบหน้า
  • กรอบหน้า พิจารณาไขมัน ความหย่อนคล้อย และความคมชัดของแนวกราม

ดังนั้น แนวคิดที่ว่า “หน้ากลมต้องฉีดกราม” หรือ “อยากหน้าเรียวต้องเติมคาง” จึงไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน การเลือกว่าจะเสริม เติม หรือลดส่วนใด ควรพิจารณาจากสาเหตุและสัดส่วนของใบหน้าแต่ละบุคคลเป็นหลัก

ปรับรูปหน้า มีหัตถการอะไรที่นำมาใช้ได้บ้าง ?

หัตถการปรับรูปหน้ามีหลายประเภทและทำหน้าที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการแก้ไข ไม่ควรเลือกจากชื่อหัตถการหรือกระแสเพียงอย่างเดียว

โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) อาจใช้ในกรณีที่ต้องการลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางตำแหน่ง เช่น กล้ามเนื้อกรามที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่ ฟิลเลอร์ (Filler) ใช้เพิ่มวอลลุ่มหรือปรับสัดส่วนในบริเวณที่เหมาะสม เช่น ขมับ แก้ม หรือคาง

ส่วนผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัด อาจพิจารณาหัตถการยกกระชับตามสภาพผิวและชั้นเนื้อเยื่อที่เป็นสาเหตุ ทั้งนี้ หัตถการแต่ละชนิดมีข้อจำกัดและความเหมาะสมแตกต่างกัน จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ

วิเคราะห์รูปหน้า ควรมองมากกว่าแค่หน้ากลม หรือหน้ารูปไข่

แม้การแบ่งรูปหน้าจะช่วยให้เข้าใจลักษณะใบหน้าได้ง่ายขึ้น แต่การวิเคราะห์เพื่อปรับรูปหน้าจริงควรพิจารณามากกว่ารูปทรงจากหน้าตรง โดยดูทั้งมุมตรง มุมเฉียง และด้านข้าง รวมถึงโครงกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน วอลลุ่ม และคุณภาพผิวประกอบกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่รู้สึกว่า “หน้าบาน” อาจไม่ได้มีปัญหาเดียวกันทั้งหมด บางคนมีกรามเด่นจากกล้ามเนื้อ บางคนมีไขมันบริเวณแก้มมาก หรือบางคนมีคางสั้นจนทำให้ใบหน้าดูกว้างเมื่อเทียบกับความยาว หากเลือกหัตถการโดยพิจารณาเพียงรูปหน้า อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

รูปหน้าที่สวย คือรูปหน้าที่มีสัดส่วนเหมาะกับตัวเอง

รูปหน้ากลม รูปไข่ เหลี่ยม หัวใจ หรือทรงเพชร ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่ารูปหน้าแบบใดสวยกว่า เพราะแต่ละรูปหน้ามีจุดเด่นแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือความสมดุลระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ และความกลมกลืนกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับรูปหน้า และมองหาหัตถการที่เหมาะสมสำหรับทรงหน้า สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Dr.ni Clinic เพื่อประเมินสภาพผิวและหัตถการที่ตรงกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม

หมอนิ
หมอนิ

แพทย์หญิงนิธิภา หรูจิตตวิวัฒน์ เจ้าของ Dr. Ni CLINIC หรือคลินิกหมอนิ เป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสาน รวมไปถึงพี่น้องจากทาง สปป. ลาว ที่แนะนำกันปากต่อปากให้มารู้จักกับเรา เราใช้เครื่องมือทางการแพทย์เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด เทคนิคที่ดีที่สุด ในราคา ที่สมเหตุสมผล มีประสบการทำงานด้านความงาม ผิวพรรณ เลเซอร์และการปรับรูปหน้ามากกว่า 10 ปี ให้คำแนะนำการดูแลรักษาโดยละเอียด เพื่อให้ลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการทุกคนกลับออกไปด้วยความมั่นใจ

Articles: 82