ไฝ กับ ขี้แมลงวัน แตกต่างกันไหม ? รักษายังไงให้หายขาด!
ไฝ และ ขี้แมลงวัน อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนกังวลใจ ทำอย่างไรให้หายปลิดทิ้งจากใบหน้า และทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันไหม

ไฝกับขี้แมลงวันเป็นจุดสีเข้มบนผิวหนังที่พบได้ทั่วไป จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นปัญหาผิวคนละชนิด โดยเฉพาะเมื่อขี้แมลงวันมักมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ ขณะที่ไฝบางเม็ดอาจมีขนาดใหญ่และนูนขึ้นจากผิว แต่ในทางการแพทย์ทั้งสองคำสามารถใช้กล่าวถึงรอยโรคในกลุ่มไฝได้
แม้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่หากไฝหรือขี้แมลงวันมีรูปร่าง สี หรือขนาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ควรรีบกำจัดเพื่อความสวยงามทันที เพราะอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ก่อน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ไฝกับขี้แมลงวันต่างกันไหม เกิดจากอะไร แบบไหนควรระวัง และมีวิธีกำจัดอย่างไร
ไฝกับขี้แมลงวัน ต่างกันอย่างไร ?
ไฝกับขี้แมลงวันในทางการแพทย์ไม่ได้ถือว่าเป็นรอยโรคคนละชนิดอย่างชัดเจน โดยเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีรวมตัวกันจนมองเห็นเป็นจุดหรือรอยสีบนผิวหนัง ความแตกต่างที่คนทั่วไปใช้เรียกจึงมักพิจารณาจากลักษณะที่มองเห็น เช่น ขนาดและความนูนของรอย
โดยทั่วไป “ขี้แมลงวัน” มักใช้เรียกจุดสีน้ำตาลหรือดำขนาดเล็ก ผิวค่อนข้างเรียบและไม่นูนมาก ส่วนคำว่า “ไฝ” มักถูกใช้กับรอยที่เห็นเด่นกว่า มีขนาดใหญ่กว่า หรือนูนขึ้นจากผิวหนัง อย่างไรก็ตาม การเรียกชื่อจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยชนิดของรอยโรคได้
เกิดจากอะไร ?
ไฝ เกิดจากการรวมกลุ่มของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี ทำให้บริเวณดังกล่าวมีสีแตกต่างจากผิวโดยรอบ สามารถพบได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง และอาจมีสีตั้งแต่สีน้ำตาลไปจนถึงสีดำ รวมถึงมีทั้งชนิดแบนและชนิดนูน
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดหรือการเปลี่ยนแปลงของจุดสีบนผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น พันธุกรรม อายุ และการสัมผัสแสงแดด จึงไม่ควรเหมารวมว่าจุดสีเข้มทุกจุดบนร่างกายเป็นไฝหรือขี้แมลงวันเสมอไป เพราะรอยโรคผิวหนังชนิดอื่นก็อาจมีลักษณะคล้ายกันได้
ไฝกับขี้แมลงวัน แบบไหนที่ควรระวัง ?
ไฝและขี้แมลงวันส่วนใหญ่ไม่มีอันตราย แต่ควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะรอยที่เกิดขึ้นใหม่หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะบางลักษณะอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์
- รูปร่างไม่สมมาตร: เมื่อแบ่งรอยออกเป็นสองด้านแล้วมีรูปร่างแตกต่างกัน
- ขอบไม่เรียบ: มีขอบหยัก ขรุขระ หรือขอบเขตไม่ชัดเจน
- สีไม่สม่ำเสมอ: ภายในเม็ดเดียวกันมีหลายเฉดสี หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม
- มีขนาดใหญ่: โดยเฉพาะรอยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 6 มิลลิเมตร
- มีการเปลี่ยนแปลง: โตขึ้นอย่างรวดเร็ว นูนขึ้น หรือรูปร่างเปลี่ยนจากเดิม
- มีอาการผิดปกติ: เช่น คัน เจ็บ เป็นแผล ตกสะเก็ด หรือมีเลือดออก
หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนกำจัด เนื่องจากไฝบางลักษณะอาจสัมพันธ์กับมะเร็งผิวหนัง เช่น Melanoma และอาจจำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ไฝกับขี้แมลงวัน รักษาหรือกำจัดได้อย่างไร ?
หากไฝหรือขี้แมลงวันไม่มีลักษณะผิดปกติแต่สร้างความรำคาญ อยู่ในตำแหน่งที่เสียดสี หรือส่งผลต่อความมั่นใจ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณากำจัดได้ โดยวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง ความนูน และความลึกของเซลล์ไฝ
– เลเซอร์ CO2
CO2 Laser เป็นวิธีที่นิยมใช้กับไฝหรือขี้แมลงวันที่อยู่ค่อนข้างตื้น โดยพลังงานเลเซอร์จะช่วยทำลายเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง เหมาะกับรอยขนาดเล็กที่แพทย์ประเมินแล้วว่าไม่มีลักษณะน่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม หากเซลล์ไฝอยู่ลึก การทำเลเซอร์อาจไม่สามารถกำจัดออกได้ทั้งหมดในครั้งเดียว และอาจมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำ จึงต้องประเมินความลึกและความเหมาะสมก่อนรักษา
– การตัดหรือเฉือนไฝออก
สำหรับไฝที่มีลักษณะนูน แพทย์อาจพิจารณาเฉือนส่วนที่นูนออกจากผิว วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องตัดลึกเท่าการผ่าตัด แต่หากยังมีเซลล์ไฝเหลืออยู่ในผิวชั้นลึก ก็มีโอกาสที่รอยจะกลับมานูนหรือปรากฏขึ้นอีกได้
– การผ่าตัดไฝ
การผ่าตัดเหมาะกับไฝบางชนิด โดยเฉพาะไฝที่มีขนาดใหญ่ อยู่ลึก หรือมีลักษณะที่แพทย์ต้องการนำเนื้อเยื่อไปตรวจ การตัดสามารถนำเนื้อเยื่อออกได้ลึกกว่าและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ แต่หลังทำอาจมีรอยแผลเป็นหรือรอยเย็บ ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของไฝ
จี้ไฝแล้วหายขาดไหม มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ ?
การกำจัดไฝหรือขี้แมลงวันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำเสมอไป หากเซลล์ของไฝยังหลงเหลืออยู่ในผิวหนัง โดยเฉพาะไฝที่มีเซลล์อยู่ค่อนข้างลึก หลังเลเซอร์หรือเฉือนออกจึงอาจเห็นรอยสีหรือตุ่มกลับมาได้อีก
หากต้องการลดโอกาสเกิดซ้ำ แพทย์จำเป็นต้องประเมินลักษณะและความลึกของไฝเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม ไม่ควรพยายามจี้ แกะ ใช้น้ำกรด หรือใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดไฝด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดแผลไหม้ ติดเชื้อ เกิดแผลเป็น และทำให้การประเมินรอยโรคผิดปกติภายหลังทำได้ยากขึ้น
หลังจี้ไฝและขี้แมลงวัน ดูแลตัวเองอย่างไร ?
หลังเลเซอร์หรือนำไฝออก ผิวบริเวณที่รักษาจะมีแผลและอาจเกิดสะเก็ด จึงควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รอยดำ และแผลเป็น
- หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาสะเก็ดแผล
- ดูแลความสะอาดของแผลตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองบริเวณแผล
- ป้องกันแสงแดดหลังแผลปิด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำ
- หากแผลบวมแดง ปวดมาก มีหนอง หรือมีอาการผิดปกติ ควรกลับไปพบแพทย์
ไฝกับขี้แมลงวัน เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อนรักษา
ไฝกับขี้แมลงวันในทางการแพทย์ไม่ได้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยคำว่าขี้แมลงวันมักใช้เรียกไฝที่เป็นจุดเล็กและค่อนข้างแบน ส่วนไฝอาจมีขนาดใหญ่หรือนูนกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและไม่จำเป็นต้องกำจัด หากไม่ได้สร้างปัญหาหรือความกังวล
สำหรับท่านที่มีความกังวลเกี่ยวกับไฝหรือขี้แมลงวัน สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางได้ที่ Dr.ni Clinic พร้อมประเมินสภาพผิวเพื่อวางแผนในการรักษาอย่างเหมาะสม